ข้าว ธัญชาติและผลิตภัณฑ์

ประเทศไทยมีผืนนาทั้งประเทศประมาณ 60 ล้านไร่ จะผันแปรไปบ้างตามการเกิดภัยธรรมชาติ สามารถผลิตทั้งข้าวไร่ ข้าวนาลุ่ม นาดอน และมีข้าวพันธุ์ดีมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ได้รับความนิยมบริโภคมากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ประเทศไทยผลิตข้าวเปลือกได้ปีละประมาณ 21 ล้านตัน (ดำริ ถาวรมาศ , 2541) ซึ่งสีเป็นข้าวสารได้ผลผลิตประมาณ 14 ล้านตัน ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศในรูปของข้าวและผลิตภัณฑ์ประมาณสองในสามส่วน ที่เหลือส่งเป็นสินค้าออกทำรายได้เข้าประเทศหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวหอมมะลิเป็นอันดับหนึ่งของโลก แม้จะมีคู่แข่งในตลาดโลกที่สำคัญ คือ ประเทศเวียดนาม ในปี พ.ศ . 2540 ตัวเลขของการส่งออกข้าวไทยสูงถึง 4 - 5 ล้านตัน นำรายได้เข้าประเทศประมาณ 50,000 ล้านบาท (พรชัย ตันติวีรสุต , 2541) นอกจากมีการปลูกข้าวพันธุ์ เมล็ดยาวแล้ว ในปัจจุบันยังมีการปลูกข้าวพันธุ์เมล็ดสั้นเพื่อการส่งออกอีกด้วย นอกจากส่งออกเป็นข้าวสารแล้ว ยังมีการส่งออกในรูปอาหารอื่น ๆ ที่แปรรูปมาจากข้าว เช่น แป้งข้าวเจ้า เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ

ข้าวเป็นพืชในตระกูลหญ้า ( Gramineae ) ข้าวที่ปลูกในทวีปเอเชียมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oryzae sativa L. แบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มคือ ข้าว Indica นิยมปลูกในเขตร้อน เช่น ไทย อินเดีย ฟิลิปปินส์ มีเมล็ดยาวเรียว ข้าว Japonica ปลูกทั่วไปในเขตกึ่งร้อนหรืออบอุ่น เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เมล็ดข้าวป้อมสั้น และข้าว Javanica นิยมปลูกในอินโดนีเซีย เมล็ดข้าวค่อนข้างอ้วนป้อม มีลักษณะผสมระหว่างพันธุ์ Indica และ Japonica

ตาราง 1 แสดงคุณค่าทางโภชนาการของข้าวกล้องและข้าวสาร สารประกอบหลักของข้าวและแป้งข้าวคือคาร์โบไฮเดรตในรูปของสตาร์ช ซึ่งประกอบด้วยอไมโลส ( amylose) และอไมโลเปกติน ( amylopectin) ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวมีปริมาณของอไมโลสและอไมโลเปกตินแตกต่างกัน ทำให้คุณภาพของข้าวหุงสุกและแป้งข้าวในด้านสี ความใส ความหนืด และการให้ลักษณะเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน เมื่อนำข้าวพันธุ์ที่มีอไมโลสในปริมาณสูง เช่น พันธุ์เหลืองประทิว 123 มาหุงสุก ข้าวที่ได้จะค่อนข้างแข็งและร่วนกว่าข้าวสุกจากพันธุ์ที่มีปริมาณอไมโลสต่ำกว่า เช่น ข้าวหอมพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เป็นต้น สามารถจำแนกคุณภาพของข้าวสุกและปริมาณอไมโลสได้ดังตาราง 2

ตาราง 1 คุณค่าทางโภชนาการของข้าวกล้องและข้าวสาร 100 กรัม

องค์ประกอบ

ข้าวเจ้ากล้อง

ข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ

พลังงาน (กิโลแคลอรี่)

352

354

ความชื้น (กรัม)

11.7

12.0

โปรตีน (กรัม)

7.8

6.2

ไขมัน (กรัม)

3.4

1.1

คาร์โบไฮเดรต (กรัม)

72.6

79.8

เถ้า (กรัม)

1.2

0.3

ใยอาหาร (กรัม)

3.4

0.6

วิตามินบีหนึ่ง (มิลลิกรัม)

0.6

0.1

วิตามินบีสอง (มิลลิกรัม)

0.2

0.4

แคลเซียม ( มิลลิกรัม)

4.0

3.0

ที่มา กองโภชนาการ , 2535   และ มูลนิธิโครงการหลวง , 2538

ตาราง 2 การจำแนกข้าวตามคุณภาพของข้าวสุกและปริมาณอไมโลส

ชนิดข้าว

คุณภาพของข้าวสุก

ปริมาณอไมโลส (%)

ข้าวเหนียว

เหนียวมาก

0-3

ข้าวเจ้า
    ข้าวนุ่มเหนียว
    ข้าวอ่อน
    ข้าวแข็ง


นุ่มเหนียว หุงแฉะง่าย
ค่อนข้างนุ่ม ร่วน
แข็ง ร่วน หุงขึ้นหม้อ


12-19
20-25
26-34

ที่มา งามชื่น คงเสรี , 2539

ประเทศไทยมีโรงสีทั้งหมดประมาณ 4,000 โรง กระจายอยู่ทั่วประเทศ ตั้งแต่โรงสีขนาดเล็ก (น้อยกว่า 50 เกวียนต่อวัน) จนถึงโรงสีขนาดใหญ่ ( 200 เกวียนต่อวัน) โดยมีมากที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาเป็นภาคกลาง และภาคเหนือ ส่วนภาคใต้มีโรงสีน้อยกว่าภาคอื่น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสีข้าวได้แก่ ข้าวกล้องและข้าวขัดขาวในรูปเต็มเมล็ด ข้าวท่อนหรือข้าวหักซึ่งนำไปโม่เป็นแป้งข้าว รำข้าวซึ่งนำไปสกัดน้ำมัน ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ หรือผลิตเป็นอาหารสัตว์ แกลบใช้ทำเชื้อเพลิง วัสดุก่อสร้าง และสารเคมีต่าง ๆ ดังแสดงในภาพประกอบ 1-3


ภาพประกอบ 1 โรงสีข้าวในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา


ภาพประกอบ 2 ข้าวเปลือก แกลบ และข้าวสาร


ภาพประกอบ 3 การผลิตแกลบอัดแท่งเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนถ่าน

 

ภาพประกอบ 4-5 แสดงระบบสีข้าวแบบเก่าและแบบใหม่ ซึ่ง 70-80 % ของโรงสีข้าวในเมืองไทยยังคงเป็นระบบเก่า ( พรชัย ตันติวีรสุต , 2541) ปกติโรงสีข้าวจะมีการขัดขาว 2 – 3 ครั้ง ข้าวขาวที่ออกมาจากหินขัดข้าวครั้งสุดท้ายจะเป็นข้าวรวม คือ มีทั้งข้าวต้น (เมล็ดเต็ม) และข้าวหัก ( ข้าวท่อน) ขนาดต่างๆ ปนกัน จึงต้องมีระบบคัดแยกข้าว โรงสีทั่วไปจะทำการคัดแยกข้าวเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 100, 5, 10, 15, 25, 35, 45 % ข้าว 100 และ 5 % มีราคาสูงเนื่องจากมีข้าวเมล็ดเต็มในสัดส่วน 100 และ 95 % ข้าวที่มีสัดส่วนของข้าวหักมาก เช่น 35 หรือ 45 % นิยมส่งจำหน่ายโรงงานทำเส้นหมี่ ก๋วยเตี๋ยว และแป้ง


ภาพประกอบ 4 ระบบการสีข้าวแบบเก่า

ที่มา : พรชัย ตันติวีรสุต, 2541


ภาพประกอบ 5 ระบบการสีข้าวแบบใหม่

ที่มา : พรชัย ตันติวีรสุต, 2541

 

นอกจากการสีข้าวตามปกติแล้ว ยังมีการสีข้าวอีกวิธีหนึ่งคือ การทำข้าวนึ่ง ( parboiled rice) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการสี เพราะการนึ่งเมล็ดข้าวเปลือกด้วยไอน้ำก่อนการกระเทาะเปลือกจะช่วยลดปริมาณข้าวหักในระหว่างการขัดสีได้ ข้าวนึ่งดังกล่าวมีสีคล้ำและมีกลิ่นแตกต่างไปจากข้าวที่ผ่านการขัดสีตามปกติ มีเนื้อสัมผัสร่วน แข็ง คนไทยไม่นิยมบริโภคข้าวที่ผ่านการสีโดยวิธีนี้แต่ประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวนึ่ง โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศในแถบตะวันออกกลาง

นอกจากการบริโภคข้าวในรูปข้าวสารแล้ว อุตสาหกรรมการโม่แป้งยังเป็นอุตสาหกรรมสำคัญอีกอุตสาหกรรมหนึ่งของประเทศ นิยมใช้แป้งข้าวในการทำผลิตภัณฑ์จากแป้งเป็นอาหารชนิดต่างๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมขบเคี้ยว ฯลฯ ดังแสดงในภาพประกอบ 6 และยังอาจใช้แป้งข้าวในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ใช้ทำเครื่องสำอาง อัดเม็ดยา ทำภาชนะบรรจุ เป็นต้น กรรมวิธีการโม่แป้งมี 2 แบบ คือ การบดเปียก ( wet milling) ซึ่งเรียกว่าการโม่น้ำ ดังแสดงในภาพประกอบ 7 และการบดแห้ง ( dry milling) แต่การบดแห้งจะทำให้แป้งมีกลิ่นหืนได้ง่าย โรงงานอุตสาหกรรมจึงนิยมใช้การโม่น้ำมากกว่า


ภาพประกอบ 6 ผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าว


ภาพประกอบ 7 การโม่แป้งแบบโม่น้ำ

ปัจจุบันประเทศเวียดนามสามารถส่งออกข้าวได้เป็นอันดับสามของโลกและมีแนวโน้มที่จะส่งออกได้มากขึ้นในอนาคต จึงเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย เนื่องจากผลผลิตดีและต้นทุนการผลิตถูกกว่าข้าวไทย การแปรรูปข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือการใช้ผลิตผลพลอยได้จากการปลูกข้าวและการสีข้าวให้ได้ประโยชน์สูงสุดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย อาทิเช่น การทำแกลบอัดแท่งและถ่านดังเช่นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานโรงงานสาธิตในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรดา การใช้ฟางข้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิตเซลลูโลส สารให้ความหวาน เป็นต้น นอกจากนั้น การสนับสนุนให้กลุ่มแม่บ้านแปรรูปผลิตภัณฑ์แบบไทยและใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ราคาไม่แพง ก็เป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้

ที่มา : http://www.swu.ac.th/royal/book5/b5c3t1_1.html

 

 

 

 

 

 

 

 

:: ผลิตภัณฑ์อาหาร ::


>> นมและผลิตภัณฑ์

>> ไข่และผลิตภัณฑ์
>> สัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ
     และผลิตภัณฑ์

>> น้ำมัน ไขมันและผลิตภัณฑ์

>> ผัก ผลไม้และผลิตภัณฑ์

>> ข้าว ธัญชาติและผลิตภัณฑ์

>> เครื่องดื่ม

>> อาหารหมัก